อุทยานแห่งชาติเขาสก

วางแผนเส้นทาง

ไปเขาสกจากภูเก็ตหรือกระบี่: ไปเช้าเย็นกลับหรือค้างคืน

บนแผนที่ ชายฝั่งอันดามันดูใกล้พอที่จะไปเช้าเย็นกลับได้สบาย แต่ระยะจริงก็ไกลพอที่หนึ่งวันจะครอบคลุมได้เพียงโซนเดียวจากสองโซนของอุทยาน หน้านี้ให้ข้อมูลเพื่อวางแผนเท่านั้น ไม่แนะนำผู้ประกอบการรายใด และไม่มีบริการจอง

← กลับไปหน้าคู่มือเขาสกฉบับเต็ม

สรุปสั้น ๆ

ภูเก็ต → ที่ทำการอุทยาน
2.5–3 ชม. ต่อเที่ยว
กระบี่ → ที่ทำการอุทยาน
ประมาณ 2.5 ชม. ต่อเที่ยว
ภูเก็ต / กระบี่ → ท่าเรือทะเลสาบ
2.5–3 ชม. ต่อเที่ยว (เขื่อนรัชชประภา)
เหมาะกับการไปเช้าเย็นกลับ
เส้นทางเดินป่าและจุดชมวิวที่ที่ทำการอุทยาน
ไปเช้าเย็นกลับเข้าทะเลสาบ
ไม่แนะนำ — จากท่าเรือยังต้องนั่งเรืออีกราว 1 ชม. ต่อเที่ยว
ขั้นต่ำที่สมจริง
ค้างหนึ่งคืน: หมู่บ้านที่ทำการฯ หรือแพกลางทะเลสาบ

งบเวลาจากชายฝั่ง

เส้นทางต่อเที่ยวได้อะไรกลับมา
ภูเก็ต → ที่ทำการอุทยาน (พนม)2.5–3 ชม.เดินป่าได้ทั้งวัน ต้องออกจากชายฝั่งราว 06:00–06:30
กระบี่ → ที่ทำการอุทยานประมาณ 2.5 ชม.โครงเดียวกับไปเช้าเย็นกลับ แต่รถสั้นกว่าเล็กน้อย
ภูเก็ต / กระบี่ → ท่าเรือทะเลสาบ2.5–3 ชม.ต้องยอมรับรถราว 6–7 ชม. บวกเรืออีกราว 2 ชม. จึงจะพอไหว
ที่ทำการอุทยาน → ท่าเรือทะเลสาบประมาณ 1 ชม. (50 กม.)ใช้เมื่ออยากไปทั้งสองโซน
ท่าเรือ → โซนแพหลักเรือหางยาวราว 1 ชม.ตัวทะเลสาบ: ควรค้างคืน

แยกสองโซนให้ชัดก่อนตัดสินใจ

เขาสกไม่ใช่สถานที่เดียว ที่ทำการอุทยานในอำเภอพนมคือป่าดิบ เส้นทางเดินป่า น้ำตก และหมู่บ้าน ส่วนทะเลสาบเชี้ยวหลานอยู่ห่างไปทางตะวันตกราว 50 กม. ในอำเภอบ้านตาขุน และเข้าถึงได้ทางเรือจากเขื่อนรัชชประภาเท่านั้น ทริปไปเช้าเย็นกลับจากฝั่งอันดามันทำโซนแรกได้จริง แต่โซนที่สองต้องแลกด้วยเวลาเกือบทั้งวันบนรถและบนเรือ

  • ไปเช้าเย็นกลับที่ที่ทำการฯ — ขับรถ เดินป่า กินข้าว ขับกลับ ไม่เกี่ยวกับทะเลสาบ
  • ไปเช้าเย็นกลับทะเลสาบ — ทำได้ในทางทฤษฎี แต่รถราว 6–7 ชม. บวกเรืออีกราว 2 ชม.
  • ค้างคืนที่ทะเลสาบ — วิธีเดียวที่จะเห็นผิวน้ำนิ่งที่สุดตอนเช้ามืด

ไปเช้าเย็นกลับจากภูเก็ตหรือกระบี่แบบที่ทำได้จริง

ออกจากชายฝั่ง 06:00 จะถึงจุดตรวจที่ทำการฯ ราว 08:30–09:30 เหลือเวลากลางวันราว 5–6 ชั่วโมงก่อนต้องเดินทางกลับ พอสำหรับเส้นทางเดินป่าที่มีป้ายไปน้ำตกและมื้อกลางวันที่ไม่เร่ง และไม่พอถ้าจะเพิ่มทะเลสาบ

  • 06:00 — ออกจากชายฝั่ง
  • 08:30–09:30 — ถึงที่ทำการฯ ชำระค่าเข้า เริ่มเดิน
  • 13:00–14:00 — กินข้าวและพักร้อนในหมู่บ้าน
  • 15:00–16:00 — เริ่มเดินทางกลับ
  • 19:00–20:00 — ถึงชายฝั่ง

ค้างคืน: หนึ่งคืนคือขั้นต่ำที่สมเหตุสมผล

สองโครงนี้ครอบคลุมเกือบทุกกรณี: นอนที่หมู่บ้านใกล้ที่ทำการฯ แล้วเดินป่าทั้งสองเช้า หรือนอนบนแพกลางทะเลสาบและมองการเดินทางเป็นค่าใช้จ่ายครั้งเดียว ถ้าอยากได้ทั้งสองโซน ให้นอนโซนละคืนและเผื่อเวลาย้ายราว 1 ชั่วโมง

  • หมู่บ้านที่ทำการฯ หนึ่งคืน — เดินป่าสองเช้า ไม่มีเรือ ค่าใช้จ่ายต่ำสุด
  • ทะเลสาบหนึ่งคืน — นั่งเรือเข้าตอนบ่าย เห็นผิวน้ำยามเช้า ออกหลังอาหารเช้า
  • โซนละคืน — เพิ่มเวลารถระหว่างสองโซนราว 1 ชั่วโมง

อยู่ในอุทยาน: กติกาเรื่องเวลาสำคัญกว่าระยะทาง

เวลาทำการของอุทยานกำหนดแผนทริปมากกว่าระยะทาง อุทยานเปิดทุกวัน 06:00–18:00 การค้างคืนทำได้เฉพาะที่พัก แพที่ได้รับอนุญาต หรือลานแคมป์ที่กำหนด และเรือในทะเลสาบเชี้ยวหลานห้ามออกก่อนพระอาทิตย์ขึ้น–หลังพระอาทิตย์ตก กิจกรรมดูสัตว์กลางคืนมีเฉพาะโซนที่ทำการฯ และต้องมีไกด์นำ

  • วางแผนรถทางไกลในเวลากลางวัน — ถนนช่วงสุดท้ายเข้าอุทยานไม่มีไฟ
  • ไม่มีเรือเข้า–ออกทะเลสาบตอนเช้ามืดหรือหัวค่ำ เรือรอบสุดท้ายอยู่ในเวลากลางวัน
  • ฝนช่วงบ่ายในเดือน พ.ค.–พ.ย. เป็นสาเหตุที่แผนคลาดเคลื่อนบ่อยที่สุด

เดินทางระหว่างชายฝั่งกับอุทยาน

รถตู้ร่วมและรถประจำทางเชื่อมสุราษฎร์ธานี สนามบิน ภูเก็ต กระบี่ และเขาหลักกับพื้นที่อุทยาน โดยมักต้องต่อรถที่สุราษฎร์ธานีหรือเมืองใกล้เคียง รถรับจ้างส่วนตัวแพงกว่าแต่ไม่ต้องต่อรถ ขับเองคล่องตัวที่สุดแต่ยืดหยุ่นน้อยที่สุดเวลาฝนหนัก หน้านี้ไม่แนะนำหรือจองผู้ประกอบการรายใด โปรดเปรียบเทียบเองและยืนยันก่อนจ่ายว่าลาคลุมเรือในทะเลสาบหรือไม่

  • รถตู้หรือรถประจำทาง — ประหยัดที่สุด แต่ต้องต่อรถ
  • รถรับจ้างส่วนตัว — ถึงที่หมาย คิดตามคัน
  • ขับเอง — สะดวกที่สุดถ้าจะไปสองโซน ลำบากที่สุดตอนฝนหนัก

สามความผิดพลาดที่ทำให้ผิดหวังบ่อยที่สุด

ความผิดหวังส่วนใหญ่มาจากสามเรื่อง: คิดว่าที่ทำการอุทยานกับท่าเรือทะเลสาบเป็นที่เดียวกัน ประเมินเวลาเดินทางตามความเร็วบนแผนที่ และคิดว่าไปเช้าเย็นกลับจะรวมทะเลสาบได้ อีกเรื่องคือจองที่พักค้างคืนโดยไม่เช็กว่าเรือรับส่งรวมอยู่หรือไม่ ซึ่งเป็นตัวตัดสินว่าจะถึงแพหรือยืนอยู่ที่ท่าเรือตอนบ่ายสาม

  • ที่ทำการฯ กับท่าเรือห่างกันราว 50 กม. และอยู่คนละอำเภอ
  • ฤดูฝนให้บวกเวลาเดินทางจากที่เว็บไซต์ระบุอย่างน้อย 30%
  • ยืนยันเรือรับส่ง อาหาร และจุดรับ ก่อนชำระเงิน

จุดยืนของหน้านี้

หน้านี้เป็นหน้าข้อมูลอิสระ เราไม่ขายทัวร์ ไม่รับค่าคอมมิชชัน และไม่จัดอันดับหรือแนะนำผู้ประกอบการ แพ หรือโรงแรมรายใด เนื้อหาทั้งหมดคือการคำนวณเวลาและกติกาของอุทยาน ซึ่งนำไปใช้กับผู้ประกอบการและที่พักที่คุณเลือกได้เอง

ไปเขาสกจากภูเก็ตและกระบี่: คำถามที่พบบ่อย

ไปทะเลสาบเชี้ยวหลานแบบเช้าเย็นกลับจากภูเก็ตได้ไหม

ค่อนข้างลำบาก จากภูเก็ตถึงท่าเรือใช้เวลา 2.5–3 ชั่วโมงต่อเที่ยว และจากท่าเรือถึงโซนแพหลักใช้เรืออีกราว 1 ชั่วโมงต่อเที่ยว เท่ากับแลกเวลาเดินทางราว 8 ชั่วโมงกับเวลาบนน้ำไม่กี่ชั่วโมง ทั้งที่เรือวิ่งเฉพาะเวลากลางวัน

ไปเขาสกแบบเช้าเย็นกลับจากกระบี่คุ้มไหม

ถ้าเป้าหมายคือที่ทำการอุทยานกับเส้นทางเดินป่า คุ้ม: ต่อเที่ยวราว 2.5 ชั่วโมง และเที่ยวได้ราว 6 ชั่วโมง ถ้าเป้าหมายคือทะเลสาบ การค้างหนึ่งคืนคุ้มค่ากว่ามาก

ต้องใช้เวลากี่วันถ้าจะไปทั้งสองโซน

โซนละสองวันหนึ่งคืนกำลังสบาย: ค้างที่หมู่บ้านที่ทำการฯ หนึ่งคืนเพื่อเดินป่า แล้วขับรถราว 1 ชั่วโมงไปท่าเรือเพื่อค้างบนแพอีกหนึ่งคืน

ควรออกจากภูเก็ตหรือกระบี่กี่โมง

ไปเช้าเย็นกลับประมาณ 06:00 จะถึงจุดตรวจที่ทำการฯ ราว 08:30–09:30 และเหลือเวลากลางวันพอสำหรับขากลับ

ค้างคืนในอุทยานได้ไหม

ได้ แต่เฉพาะที่พักที่กำหนด: ที่พักในหมู่บ้านที่ทำการฯ แพที่ได้รับอนุญาตในทะเลสาบ หรือลานแคมป์ข้างศูนย์นักท่องเที่ยว ผู้ที่ไปเช้าเย็นกลับควรออกก่อนเวลาปิด 18:00

ต้องมีไกด์ไหม

เดินเส้นทางที่มีป้ายที่ที่ทำการฯ ไม่จำเป็น ส่วนกิจกรรมดูสัตว์กลางคืน ถ้ำ และเส้นทางป่ายาวต้องมีไกด์นำ และการข้ามทะเลสาบดำเนินการโดยผู้ให้บริการเรือเสมอ

เวลาข้างต้นเป็นการประมาณสำหรับการจราจรปกติและสภาพกลางวัน กติกาอุทยาน ค่าธรรมเนียม เวลาเดินเรือ และการจัดเส้นทางอาจเปลี่ยนแปลง หากอัตราเปลี่ยนแปลง ให้ยึดประกาศหน้างานเป็นหลัก โปรดตรวจสอบกับอุทยานหรือที่พักก่อนเดินทาง

วางแผนทริปส่วนที่เหลือ

โทรศัพท์ นำทาง